วิธีการตั้งค่าแอปพิเคชั่น Google Play Music

Google Play Music เป็นแอปพิเคชั่นตัวหนึ่งบนรบบะปฏิบัติการ Android ที่เราสามารถเลือกซื้อเพลงและฟังเพลงใหม่ๆ จากทั่วโลกได้นั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าหากเราทำการเชื่อมต่อผ่านทาง Google Account ของเรานั้น เราจะสามารถเลือกจัดการสิ่งต่างๆ อย่าง การ upload หรือเลือกซื้อสิ่งต่างๆ ผ่านทาง Google Play ได้ โดยวันนี้เราจะพาทุกๆ ท่านไปดูกันว่าเราจะทำการตั้งค่าต่างๆ ของ Google Play Music บน Android ของเราได้อย่างไรกันบ้างนั้นเอง โดยจะมีขั้นตอนดังนี้

Google-Play-Music

การตั้งค่า Google Play Music โดยที่ไม่ใช้งาน Google Account

แน่นอนว่าแอปพิคชั่นอย่าง Google Play Music ตัวนี้นั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องทำการ Login เข้าใช้งานผ่านทาง Google Account ก็ได้ แต่หากเราไม่ทำการ Login ผ่านทาง Login Google Account เราจะไม่สามารถใช้งาน Google Play Music ได้อย่างเต็มที่ได้นั้นเอง โดยเราจะใช้งานได้เพียงแค่ฟังเพลง ต่างๆ ได้เท่านั้น เราจะไม่สามารถซื้อ หรือทำการ upload ได้

การตั้งค่า Google Play Music โดยใช้งาน Google Account

หากเราเลือกใช้งาน Google Play Music ผ่านทาง Google Account นั้น เราจะเลือกใช้งานสิ่งต่างๆ บน Google Play Music ได้ ทั้งการ upload การเลือกซื้อเพลงต่างๆ รวมไปถึงยังทำการ Sync เพลงต่างๆ เข้าไปเก็บยัง Google Account ของเรา เพื่อที่หากเราใช้งาน Smartphone หรือ Tablet เครื่องอื่นๆ ที่ทำงานอยู่บน Android เราก็จะสามารถฟังเพลงต่างๆ ที่ถูกเก็บอยู่ใน Google Account เหล่านั้นได้นั้นเอง โดยการตั้งค่านั้นให้เราเข้าไปที่ Settings

การควบคุมรักษาเงินสด เพื่อให้ปลอดภัยจากการทุจริตและสูญหาย

shutterstock_111061535

เนื่องจากเงินสดเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและเปลี่ยนมือได้รวดเร็ว จึงจำเป็นที่จะต้องควบคุมให้รัดกุม เพื่อให้ปลอดภัยจากการทุจริตและสูญหาย จากการสังเกตในด้านปฏิบัติเงินสดอาจถูกยักยอกและฉ้อโกงได้หลายทาง เป็นต้นว่า

1. ยักยอกเงินที่ได้รับจาการขายเป็นเงินสด หรือรับจากลูกหนี้ที่ได้ตัดบัญชีเป็นหนี้สูญไปแล้วในปีก่อน หรือบันทึกการรับเงินรายได้อื่นๆ ต่ำกว่าที่ได้รับจริง และนำเงินส่วนที่ไม่ได้ไปลงบัญชีไปใช้จ่ายส่วนาตัว
2. ไม่บันทึกเงินที่ได้รับคืนจากเจ้าหนี้สำหรับค่าสินค้าที่ได้รับชำระเกินไปหรือเงินมัดจำที่ได้รับคืน และนำเงินที่ได้รับคืนนั้นไปใช้ส่วนตัว
3. ไม่ลงบัญชีลูกหนี้เมื่อขายเชื่อ เมื่อรับชำระเงินก็ยักยอกเงินที่ได้รับนั้น
4. บันทึกเงินที่ได้รับจากลูกหนี้ไว้ในบัญชีต่ำกว่าจำนวนที่ได้รับจริง แล้วบันทึกรายการรับคืนสินค้าหรือส่วนลดจ่ายเป็นจำนวนเท่ากับที่ได้รับยักยอกออกไป
5. ไม่บันทึกหรือบันทึกแต่เพียงบางส่วนสำหรับเงินที่ได้รับชำระจากลูกหนี้ และลงบัญชีเป็นหนี้สูญสำหรับจำนวนที่ยักยอกได้
6. นำใบสำคัญที่จ่ายเงินแล้วมาขอเบิกจ่ายอีก
7. จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัวจากเงินสดของร้านค้า
8. ทำใบสำคัญจ่ายปลอมเพื่อเบิกจ่ายเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
9. ไม่บันทึกหรือบันทึกจำนวนต่ำกว่าจริง สำหรับรายการส่งคืนสินค้าและส่วนลดรับ และจ่ายเงินสดให้เจ้าหน้าที่เกินกว่าที่จ่ายจริง  โดยนำเงินส่วนที่จ่ายเกินไปนั้นไปเสียเอง
10. บวกเลขทางด้านเดบิตของบัญชีเงินสดต่ำไป หรือบวกเลขทางด้านเครดิตของบัญชีเงินสดสูงไป จะเป็นผลทำให้ยอดเงินสดคงเหลือตามบัญชีต่ำไป ตามวิธีนี้เงินจะถุกยักยอกไปเป้นจำนวนเท่ากับยอดเงินตามบัญชีที่ต่ำไปนั้น

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37324

การวิเคราะห์งบกระแสเงินสด

shutterstock_188334569

การวิเคราะห์งบกระแสเงินสด เป็นการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกระแสเงินสดในกิจกรรมการดำเนินงาน การลงทุนและการจัดหาเงิน ช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมในมุมมองที่แตกต่างจากงบดุลและงบกำไรขาดทุน

วิธีการวิเคราะห์งบกระแสเงินสดที่นิยม ได้แก่
– การวิเคราะห์แบบองค์รวม
– การใช้อัตราส่วนทางการเงิน

ความหมายของกระแสเงินสดในแต่ละกิจกรรม
กระแสเงินสดบวกและกิจกรรมดำเนินงาน
-บ่งชี้ถึงจำนวนกระแสเงินสดที่กิจการสร้างได้จากการทำการค้าปกติ
กระแสเงินสดบวกและกิจกรรมลงทุน
-บ่งชี้ว่ากิจการมีการไถ่ถอนหรือขายสินทรัพย์ระยะยาวที่ลงทุนไว้
กระแสเงินสดบวกและกิจกรรมจัดหาเงิน
-บ่งชี้ว่ากิจการมีการระดมเงินทุนเพิ่มเติมจากบุคคลภายนอก อาจมาจากการก่อหนี้หรือจากการเพิ่มทุน
กระแสเงินสดลบและกิจกรรมดำเนินงาน
-บ่งชี้ว่าการทำการค้าปกติของกิจการไม่อาจสร้างกระแสเงินสดได้ และยังเกิดเงินทุนไปจมอยู่ในเงินทุนหมุนเวียนอีกส่วนหนึ่งด้วย
กระแสเงินสดลบและกิจกรรมลงทุน
-บ่งชี้ถึงจำนวนกระแสเงินสดที่กิจการจ่ายลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว ทั้งสินทรัพย์ถาวร สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
และเงินลงทุนต่าง ๆ
กระแสเงินสดลบและกิจกรรมจัดหาเงิน
-บ่งชี้ว่ากิจการมีการจ่ายเงินสดให้แก่นักลงทุน ซึ่งอาจมาจากการชำระคืนหนี้ การจ่ายเงินปันผล หรือซื้อหุ้นทุนคืน
ประเด็นการวิเคราะห์รายการในงบกระแสเงินสด
-1. กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวกหรือลบ เป็นกระแสเงินสดที่เกิดจากผลประกอบการสุทธิเท่าไร? จากรายการรายได้และค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นเงินสดเท่าไร? และจากเงินทุนหมุนเวียนดำเนินงานเท่าไร?
-2. เมื่อเทียบผลประกอบการทางบัญชีและผลประกอบการที่เป็นเงินสด รายการใดมีจำนวนสูงกว่า
-3. ยอดผลประกอบการที่เป็นเงินสดสูงหรือต่ำกว่ากระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน
-4. การเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการหรือไม่? และกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานมีจำนวนเท่าไรเมื่อเทียบกับผลประกอบการสุทธิ
-5. กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเป็นบวกหรือลบ ถ้าบวกมาจากรายการใด? และจำนวนเท่าไร?
-6. กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนแสดงถึงการจ่ายลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์หลักของกิจการหรือไม่?
-7.กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานมีจำนวนมากกว่าหรือน้อยกว่ากระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
-8. กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นบวกหรือลบ และเกิดจากรายการใดบ้าง?
-9. กระแสเงินสดที่จัดหาจากแหล่งภายนอกมาจากการก่อหนี้เท่าไร? และจากหุ้นทุนเท่าไร?
-10.ประเภทของเงินทุนที่จัดหามาสอดคล้องกับประเภทของเงินลงทุนหรือไม่?
-11.กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานมีจำนวนมากเพียงพอรองรับรายจ่ายทางการเงินหรือไม่? (ดอกเบี้ยจ่าย เงินปันผลจ่าย ภาระสัญญาเช่าทางการเงิน และการชำระคืนภาระหนี้สินระยะยาว)
-12.กระแสเงินสดสุทธิกระทบต่อฐานะสภาพคล่องของกิจการอย่างไร?
-13.จำนวนเงินปันผลจ่ายมีสัดส่วนเท่าไรเมื่อเทียบกับกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานที่มา:ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37365

ทำไมคนผิวมันถึงต้องทาครีมด้วย

shutterstock_274684448

แสงแดดเมืองไทยไม่เคยปราณีใคร เพราะว่าพระอาทิตย์นั้นรักประเทศไทยของเรามาก ถึงได้ส่องแสดอันเจิดจ้าลงมาอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะร้อนหรือจะหนาว ไม่เคยมีวันไหนที่สยามเมืองยิ้มไม่มีแดดออก ทำให้ฝรั่งตาน้ำข้าวอิจฉาคนไทยว่าทำไมโชคดีอย่างนี้ ที่ได้อยู่ในบ้านเมืองที่มีอากาศดี แถมผู้คนก็มีผิวสีน้ำผึ้งสวยงามอีกด้วย แต่พอแดดส่องมา อากาศก็ย่อมร้อนขึ้นเป็นธรรมดา คนไทยอย่างเราๆ ท่านๆ ก็จะเกิดการหลั่งน้ำมันบนใบหน้าออกมามากขึ้น จนมีสำนวนออกมาหยอกเย้ากันเล่นๆ ว่า “หน้ามันจนจะทอดไข่ได้แล้ว” สาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้ามันเหล่านี้ จึงมักจะหลีกเลี่ยงการทาครีม เพราะมีความเชื่อว่าการทาครีมจะทำให้ผิวของตนเองนั้นมันมากขึ้น

                วันนี้เราจะขอประกาศให้รู้โดยทั่วกันเลยว่าการที่สาวๆ คิดว่าการทาครีมบำรุงผิวนั้นจะทำให้หน้ามันขึ้นกว่าเดิมนั้นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะอันที่จริงแล้ว การที่ผิวขับน้ำมันตามธรรมชาติอออกมาหล่อเลี้ยงผิวมากกว่าปกติ เพราะว่าบริเวณผิวหนังมีการระคายเคือง เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้นนั่นเอง แสงแดดที่ส่องลงมากระทบผิวนั้นจะทำให้ผิวแห้งเสียมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการทาครีมกันแดดจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือการทาครีมบำรุงให้ถูกต้องตามสภาพผิว โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวมัน ควรจะทาครีมบำรุงที่ช่วยเติมน้ำและความชุ่มชื้นให้ผิว ซึ่งครีมบำรุงที่เหมาะสมก็จะเป็นพวกเจลที่มีสารไฮยาลูรอนิกแอซิด ที่จะช่วยปลอบประโลมผิวของสาวๆ ได้ แต่หากสาวๆ คนไหนคิดว่าเจลบำรุงผิวนั้นมีราคาสูงเกินไป ก็สามารถใช้ของไทยๆ ที่มีอยู่ตามสวนข้างบ้านอย่างว่านหางจระเข้มาสับละเอียดแล้วทาลงไปบนผิวก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ส่งผลดีต่อผิวมันๆ ของคุณ ให้มีความมันลดน้อยลงได้

                การที่เรามีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาผิวของเรา จะทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด เพราะการไม่ทาครีมบำรุงเลยจะทำให้ผิดขาดความชุ่มชื้น และมันมากกว่าเดิมนั่นเอง

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48187

รับประทานอาหารที่มีกากใย ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายให้ดีขึ้น

shutterstock_268013267

ถ้าจะพูดถึงอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย คุณจะนึกถึงอะไรคะ อาหารที่มีรสชาติพอดี ไม่หวานจัดหรือเค็มจัด มีสารอาหารที่ครบถ้วนกันใช่ไหม หรือถ้าหากคุณจะบอกว่าต้องเป็นอาหาร 5 หมู่ ก็ไม่ถือว่าผิด เพราะโปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ และไขมันนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงอาหารที่จะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย เพราะมีกากใยสูง อย่างอาหารจำพวกผักและผลไม้นั่นเอง

                สมัยนี้ถือได้ว่าเป็นยุคทองของอาหารฟาสฟู้ด ที่กินง่ายขายคล่อง แต่ไม่ค่อยจะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากนัก ส่วนใหญ่อาหารเหล่านี้มักจะอุดมไปด้วยแป้ง น้ำตาล ไขมัน ที่สำคัญ มีปริมาณเกลือสูงมากกว่าปกติอีกด้วย ซึ่งอาหารเหล่านี้นอกจากจะทำให้คุณอ้วน และเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ แล้ว อาการท้องผูกก็จะตามมาได้ง่ายๆ เนื่องจากลำไส้ของคุณจะอัดแน่นไปด้วยก้อนอาหารที่มีน้ำอยู่น้อย ทำให้อุจจาระแข็ง ถ่ายไม่ออก และมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงทวารสูงอีกด้วย วิธีแก้ก็ง่ายแสนง่าย ผักผลไม้ต่างๆ ที่มีอยู่รอบรั้วบ้านนี่แหละแก้ปัญหานี้ได้ชะงัดนัก เพราะในผักและผลไม้นั้นมีไฟเบอร์อยู่เป็นจำนวนมาก เส้นใยเหล่านี้เมื่อถูกรับประทานเข้าไปจะไม่ถูกย่อยทั้งหมด หากแต่จะอยู่รวมกันเป็นก้อนเซลลูโลส ที่จะคอยดูซึมน้ำเอาไว้ ทำให้อุจจาระนิ่ม และขับถ่ายออกมาได้สะดวก ไม่บาดลำไส้ให้มีเลือดออกแต่อย่างใด แต่ถ้าหากว่าใครไม่สะดวกที่จะรับประทานอาหารที่มีผักและผลไม้อยู่แล้วล่ะก็ เราก็มีวิธีการที่จะทำให้คนที่ไม่ชอบทานผักและผลไม้เปลี่ยนใจได้มาฝากกัน นั่นก็คือการปั่นผักและผลไม้ให้ละเอียด จากนั้นผลน้ำผึ้งและมะนาวลงไป อาจจะโรบเกลือเล็กน้อยให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น รสหวานจากน้ำผึ้ง และรสเปรี้ยวจากมะนาว จะทำให้ลิ้นของคุณสัมผัสรสขมของผักน้อยลง จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คนไม่ทานผักและผลไม้หันมาทานอาหารที่เป็นประโยชน์เช่นนี้ได้ โดยเฉพาะกับเด็กเล็กๆ

                ผักและผลไม้นอกจากจะช่วยให้เราขับถ่ายได้สะดวกกว่าที่เคยแล้ว ทั้งผักและผลไม้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ ที่จะทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุดีๆ เข้าไป ผิวจะได้ดูสวยใสสุขภาพดียังไงล่ะ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48306

มาส์คหน้าลดสิว ต้อนรับหน้าใส ไร้ความมัน

shutterstock_277378088

เชื่อได้เลยว่าสาวๆ หลายคนมีเครื่องสำอางเต็มโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ก็อย่าลืมขั้นตอนการบำรุงผิวให้ดูใสละมีสุขภาพดีกันด้วยล่ะ ถึงแม้ว่าบรรดาครีมบำรุงต่างๆ จะมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโทนเนอร์ เอสเซนต์ น้ำตบ เซรั่ม พรีเซรั่ม อิมัลชั่น ครีม ออย และสารบำรุงอื่นๆ อีกมากมายที่สาวๆ เลือกใช้กันอยู่ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่สาวๆ หลายคนมองข้ามไป นั่นก็คือ การมาส์คหน้านั่นเอง เพราะอาจมีความรู้สึกว่ามันเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างเปลือง เนื่องจากทาทิ้งไว้แล้วต้องมาล้างออก แล้วแบบนี้สารบำรุงจะลงไปลึกได้อย่างไร ความจริงแล้วขั้นตอนนี้จะช่วยทำให้สาวๆ มีผิวดีขึ้นอีกมากเลยทีเดียว รู้รึเปล่าคะว่าฟ่านบิงบิง เธอมาร์คหน้าถึงวันละ 3 ครั้งด้วยกัน

มาดูกันว่ามาส์คหน้าแล้วดียังไง?

  • ช่วยกำจัดสารพิษบนใบหน้า

มาส์คชนิดที่พอกเอาไว้แล้วล้างออกอย่างโคลนต่างๆ หรือจะเป็นชนิดที่ทาบางๆ แล้วลอกออกมาเป็นแผ่นจะมีประสิทธิภาพในการกำจัดสารผิวบนใบหน้าคุณ หรือเรียกได้ว่าเป็นการทำดีท๊อกซืผิวเลยทีเดียว เพราะในแต่วัน คุณต้องเผชิญมลภาวะมากมาย ไม่รวมถึงเครื่องสำอางที่ตกค้างบนผิวหน้า การได้ทำมาส์คสักครึ่งชั่วโมงจะช่วยปลอบประโลมผิวให้คุณได้

  • มันน้อยลง สิวน้อยลง

มาส์คที่มีสีดำหรือมีส่วนผสมของถ่าน ในชื่อของชาร์โคลจะช่วยดูซับความมันส่วนเกิน ทำให้คุณหน้ามันน้อยลงได้ พอหน้ามันน้อยลง คราวนี้สิวอุดตันก็จะน้อยลงตามไปด้วย

  • ช่วยเติมน้ำให้ผิว

มาส์คแผ่นที่มีสารไฮยานูรอลนิกแอซิดจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวของคุณได้ หรือถ้าอยากทำมาส์คแบบพื้นบ้านใช้เองได้ จะนำว่านหางจระเข้มาพอกหน้าก็จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้เหมือนกัน แต่ถ้าอยากเน้นให้ผิวเนียนนุ่ม ต้องพอกด้วยน้ำผึ้ง

ใครที่สนใจในศาสตร์ของความงามและต้องการให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ ก็ลองหามาส์คเด็ดๆ สักตัวมาลองใช้ตามสภาพและปัญหาผิวของเรานะคะ จะซื้อแบบสำเร็จรูป หรือจะใช้สมุนไพรตามธรรมชาติก็ได้หมด ขอให้ระวังอย่างเดียวคือทดสอบก่อนใช้ว่าเราแพ้หรือไม่ แล้วเจอกันบทความต่อไปค่ะ
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=48181

ประกันชีวิตที่สามารถหักภาษีได้

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักบัญชี

ตามกฏหมายแล้วจะต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีอายุกรมธรรม์สิบปีขึ้นไป และเป็นการทำประกันชีวิตกับบริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศ ซึ่งเราสรุปสาระสำคัญตามกฎหมายได้ ดังนี้

shutterstock_181460087

1. กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีการรับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุสัญญากรมธรรม์

  • หากได้รับเงินคืนทุกปี เงินคืนจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปีที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกัน หรือ
  • หากกรณีได้รับเงินคืนตามที่บริษัทกำหนดเป็นช่วงระยะเวลา เช่น 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี เงินคืนในแต่ละช่วงจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมที่ผู้มีเงินได้จ่ายในแต่ละช่วงระยะเวลาที่มีการจ่ายเงินคืน หรือ
  • หากได้รับเงินคืนที่ต่างไปจากกรณีข้างต้น ผลรวมของเงินคืนสะสมตั้งแต่ ปีแรกถึงปีที่มีการจ่ายเงินคืนต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมทั้งหมดตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่มีการจ่ายเบี้ยประกัน

2. กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบกำหนด ช่วงระยะเวลาที่ให้ความคุ้มครองชีวิตเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการรับเงินคืนหรือทุนประกันและกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ไม่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างปี แต่จะมีการจ่ายคืนให้ผู้ทำประกันเมื่อครบอายุสัญญากรมธรรม์ ค่าเบี้ยประกันที่จ่ายสำหรับกรมธรรม์ดังกล่าวสามารถหักค่าลดหย่อนและยกเว้นภาษีได้

3. กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ขยายความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติม เช่น ค่ารักษาพยาบาล ในโรงพยาบาล ค่าชดเชยรายวัน ค่าชดเชยรายได้พิเศษกรณีป่วยโรคร้ายแรง กรณีอุบัติเหตุ กรณีทุพพลภาพหรือกรณีอื่นๆ เป็นต้น

4. ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า มีการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต โดยกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ขยายความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติมต้อง ระบุจำนวนเบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันภัย ที่จ่ายสำหรับความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติมแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถนำไปคำนวณเพื่อการลดหย่อนและยกเว้นภาษีได้ทั้งจำนวน

5. กรณีผู้มีเงินได้ ได้ทำการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้แล้ว ต่อมาหากไม่ได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น ผู้มีเงินได้หมดสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ และต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับปีภาษีที่ได้นำเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตไปหักออกจาก เงินได้เพื่อยกเว้นภาษีพร้อมเงินเพิ่ม

พบกันใหม่บทความหน้าค่ะ

ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37767

ซัมซุงโชว์สถิติยอดสั่งจอง Galaxy S6 edge และ Galaxy S6 ทะลุ 20 ล้านเครื่อง

note4-screenshot-spen

ที่งานแสดงโทรศัพท์มือรุ่นใหม่ Mobile World Congress 2015 ซัมซุงได้เปิดตัวสมาทโฟนตัวหลักใหม่ 2 รุ่น คือ Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge ที่นำเอาขุมพลังอันน่าประทับใจภายในดีไซน์ที่สวยงาม เป็นที่ดึงดูดใจของผู้บริโภคและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก

ล่าสุดซัมซุงได้เผยตัวเลขยอดจองสมาทโฟนรวมกว่า 20 ล้านเครื่อง โดยเป็น Galaxy S6 จำนวน 15 ล้านเครื่อง และ Galaxy S6 edge ล้านเครื่อง ซึ่งตัวเลขเรานี้ชัดเจนว่าเป็นการสั่งซื้อจากทั่วโลก

หนังสือพิมพ์เกาหลีใต้ Korea Times รายงานว่า ผู้บริหารระดับสูงของผู้ให้บริการโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือชั้นนำเผยว่า ซัมซุงได้รับออร์เดอร์สั่งซื้อสมาทโฟนใหม่จำนวนกว่า 20 ล้านเครื่อง และนี่เป็นสถิติที่น่าประทับใจ และดูเหมือนว่าผู้ให้บริการพันธมิตรของซัมซุงจะเดิมพันครั้งใหญ่กับสมาทโฟนรุ่นใหม่เหล่านี้ และระหว่างงาน MWC นาย J.K. Shin หัวหน้าแผนกมือถือของซัมซุง บอกว่ายอดสั่งจอง Galaxy ทั้งสองรุ่นจากลูกค้าหลักนั้นมีจำนวนมหาศาล และคาดว่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ

วิธีเชื่อมต่อ speakers และ headphones ผ่านทาง Bluetooth บน Android

บ่อยครั้งที่เราใช้งานทั้ง Smartphone และ Tablet โดยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ โดยผ่านทางช่องเสียบสายของตัวเครื่อง แต่การใช้งานในลักษณะนี้นั้นบางครั้งอาจจะไม่สะดวกเท่าที่ควร เราจึงเลือกที่จะเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์เสริมต่างๆ โดยผ่านทางอุปกรณ์ไร้สายอย่าง speakers หรือ headphones นั้นเอง โดยทั้ง 2 อุปกรณ์นี้นั้นเป็นอุปกรณ์เสริมตัวหนึ่งที่มีการเชื่อมต่อผ่านทางสัญญาณอย่าง Bluetooth นั้นเอง โดยวันนี้้ราจะไปดูกันว่าบน Android ที่เราใช้งานกันอยู่นั้นจะมีการเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์ speakers และ headphones ผ่านทางสัญญาณ Bluetooth อย่างไร รวมไปถึงการตั้งค่าต่างๆ ภายในอีกดัวยครับ

1

การตั้งค่าการเชื่อมต่อ

 สำหรับขั้นตอนการตั้งค่าของการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เสริมทั้ง speakers และ headphones ผ่านทางสัญญาณ Bluetooth นั้นจะมีขั้นตอนที่ไม่ยากเพียงแค่เราเข้าไปที่หน้า quick settings โดยให้เรา Slide หน้าจอทางด้านบนลงมา จากนั้นจะมีสัญลักษณ์ Bluetooth ให้เรากดเข้าไป จากนั้นในหน้า Bluetooth เราสามารถเลือกปิด/เปิด Bluetooth ได้ รวมไปถึงเปลี่ยนแปลงค่าของอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อแล้ว ในส่วนของ Paired Device ได้อีกด้วย

การเชื่อมต่อแบบ New Devices

 สำหรับการเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์ใหม่นั้น โดยส่วนใหญ่นั้นตัวอุปกรณ์บางตัว หากเราเลือกเปิดสัญญาณ Bluetooth เอาไว้ จากนั้นตัวสัญญาณอย่าง Bluetooth ของทั้งตัวเ Smartphone และ อุปกรณ์จะทำการค้นหาให้เราแบบอัตโนมัติ และจะแสดงชื่อของตัวอุปกรณ์ที่เปิดสัญญาณ Bluetooth มาให้เราเลือก จากนั้นเราก็สามารทำการเชื่อมต่อตัวอุปกรณ์ที่เราต้องการได้แล้ว แต่บนระบบปฏิบัติการ Android อย่าง Lolilipop นั้นจะมีระบบป้องกันเพิ่มมาอีก โดยทุกๆ ครั้งที่มีการเชื่อมต่อแบบ New Devices นั้น ระบบจะให้เราใส่รหัส PIN เพื่อยืนยันการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวนั้นอีกครั้ง

การจัดทำแนวทางการสอบบัญชี ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ

shutterstock_137939447

การจัดทำแนวทางการสอบบัญชี

1. ข้อพิจารณาในการจัดทำแนวทางการสอบบัญชี
ในการจัดทำแนวทางการสอบบัญชี ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องพิจารณาถึงเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1.1 วัตถุประสงค์ ขอบเขต และจังหวะเวลาในการตรวจสอบและรับรองบัญชี
(1) วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบและรับรองบัญชี เพื่อให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้มาซึ่งหลักฐานประกอบรายการที่ปรากฏในงบการ เงินเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบว่าถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ และเป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องในส่วนที่เป็นสาระสำคัญทางด้านภาษีอากรตาม ประมวลรัษฎากร
(2) ขอบเขตของการตรวจสอบและรับรองบัญชี การตรวจสอบอาจมีขอบเขตของงานที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของการรับงาน และธุรกิจที่ตรวจสอบ แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดตาม คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.122/2545ฯ
(3) จังหวะเวลาในการตรวจสอบและรับรองบัญชี ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องกำหนดจังหวะเวลาในการเข้าตรวจสอบ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบและรับรองบัญชี ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของธุรกิจที่ตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะใช้ เป็นต้น
1.2 ลักษณะและประเภทของธุรกิจที่ตรวจสอบ และปัญหาเฉพาะเรื่องของกิจการ
ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจที่กิจการดำเนินอยู่ ซึ่งได้แก่ ลักษณะของธุรกิจ ลักษณะการเป็นเจ้าของหรือรูปแบบของกิจการ การบริหารงาน วิธีการปฏิบัติงานของกิจการที่ตรวจสอบ และปัญหาเฉพาะเรื่องของกิจการ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรสามารถระบุและเข้าใจเหตุการณ์ รายการ วิธีปฏิบัติงาน และความเสี่ยงที่งบการเงินและบัญชีไม่ได้แสดงอย่างถูกต้องเป็นจริงตามควร ตลอดจนความเสี่ยงที่กิจการอาจเสียภาษีอากรไม่ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งผู้สอบบัญชีภาษีอากรเห็นว่าอาจมีผลกระทบที่สำคัญต่องบการเงิน ต่อการเสียภาษีอากรของกิจการ หรือต่อการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชี
1.3 ประสบการณ์จากการตรวจสอบกิจการนั้น และ/หรือ กิจการอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกัน
ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องใช้ประสบการณ์จากการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรอง บัญชีกิจการในปีก่อน (กรณีที่ได้ปฏิบัติงานให้กับกิจการ) หรือจากการปฏิบัติงานตรวจสอบและรับรองบัญชีกิจการอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภท เดียวกัน มาใช้ในการพิจารณาจัดทำแนวทางการสอบบัญชี
1.4 ความเข้าใจในระบบบัญชีและระบบการควบคุมภายในของกิจการ
ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องเข้าใจในระบบบัญชีและระบบการควบคุมภายในของกิจการ อย่างเพียงพอ โดยจะต้องเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของรายการที่สำคัญ การเกิดขึ้นของรายการ และการบันทึกรายการและเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงวิธีการควบคุมภายในที่สำคัญ ซึ่งความเข้าใจในระบบบัญชีและระบบการควบคุมภายในอาจได้มาจาก
(1) ประสบการณ์การตรวจสอบที่ผ่านมาเกี่ยวกับกิจการ
(2) การสอบถามผู้บริหาร ผู้ควบคุมงาน และบุคลากรอื่นในระดับต่าง ๆ ของกิจการ
(3) การศึกษาแผนภูมิระบบบัญชีของกิจการ (ถ้ามี)
(4) การสังเกตการณ์การปฏิบัติงานและการดำเนินงานของกิจการ
1.5 การประเมินความเสี่ยงและความมีสาระสำคัญ
(1) ความเสี่ยง ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องใช้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจที่ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี ระบบการควบคุมภายใน ประสบการณ์จากการตรวจสอบกิจการนั้น หรือกิจการอื่นที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันมาประเมินความเสี่ยงสืบเนื่อง ความเสี่ยงจากการควบคุมภายในและความเสี่ยงในการตรวจสอบและรับรองบัญชีที่คาด ว่าจะเกิดขึ้น รวมถึงการกำหนดเรื่องสำคัญที่ตรวจสอบ โอกาสที่อาจเกิดการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ หรือโอกาสในการเกิดการทุจริต
(2) ความมีสาระสำคัญ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องกำหนดระดับความมีสาระสำคัญและประเมินว่าระดับความ มีสาระสำคัญที่กำหนดนั้นยังคงมีความเหมาะสมหรือไม่ โดยผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องกำหนดระดับความมีสาระสำคัญที่ตนยอมรับได้ เพื่อตรวจสอบการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญเชิง ปริมาณ การประเมินความมีสาระสำคัญจะช่วยให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรสามารถตัดสินใจได้ ว่าควรตรวจสอบรายการใด ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างอย่างไร และต้องใช้วิธีการวิเคราะห์เปรียบเทียบหรือไม่ รวมถึงสามารถเลือกใช้วิธีการตรวจสอบที่คาดว่าจะลดความเสี่ยงได้

1.6 ข้อมูลที่แสดงอยู่ในงบการเงิน ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องศึกษาถึงข้อมูลที่แสดงอยู่ในงบการเงิน ซึ่งหมายความรวมถึง แบบของงบการเงิน การจัดรายการ และข้อมูลในงบการเงิน ทั้งนี้ เพื่อพิจารณารายการที่เป็นสาระสำคัญของงบการเงินที่จะตรวจสอบ ซึ่งได้แก่ รายการสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของผู้เป็นหุ้นส่วน รายได้ และ ค่าใช้จ่าย ตลอดจนข้อมูลอื่นในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เช่น นโยบายทางบัญชี ภาระผูกพัน หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น เป็นต้น
1.7 สาระสำคัญด้านภาษีอากรของกิจการตามประมวลรัษฎากร
ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของกิจการเพื่อให้ทราบ ว่า กิจการจะต้องเสียภาษีอากรประเภทใดบ้าง รวมถึงหน้าที่ที่กิจการจะต้องปฏิบัติตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด เพื่อกำหนด วิธีการตรวจสอบความถูกต้องในส่วนที่เป็นสาระสำคัญด้านภาษีอากรตามประมวล รัษฎากร

2. เนื้อหาสำคัญที่ต้องกำหนดไว้ในแนวทางการสอบบัญชี
ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องจัดทำแนวทางการสอบบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษรและให้ มีรายละเอียดเพียงพอ ซึ่งต้องประกอบด้วยเนื้อหาสำคัญ ดังนี้
2.1 วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบในแต่ละเรื่อง เพื่อให้ได้มาซึ่งหลักฐานประกอบรายการที่ทำการตรวจสอบว่าถูกต้องครบถ้วนเป็น จริงและตรงตามเอกสารประกอบการลงบัญชี รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องในส่วนที่เป็นสาระสำคัญด้านภาษีอากรตามประมวล รัษฎากร
2.2 ขอบเขตในการตรวจสอบ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องกำหนดขอบเขตของการตรวจสอบในแต่ละเรื่องไว้ว่าจะทำ การตรวจสอบเพียงใดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ สำหรับขนาดตัวอย่าง และวิธีการเลือกตัวอย่างที่จะทำการตรวจสอบผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะแจ้งไว้ใน แนวทางการสอบบัญชีนี้หรือจะแจ้งไว้ในกระดาษทำการที่ทำการตรวจสอบรายการนั้น ๆ ก็ได้
2.3 จังหวะเวลาในการตรวจสอบและรับรองบัญชี ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมของการเข้าตรวจสอบในแต่ละ เรื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งการกำหนดจังหวะเวลาดังกล่าวอาจขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของธุรกิจที่ ตรวจสอบ รวมถึงวิธีการตรวจสอบที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรใช้
2.4 วิธีการตรวจสอบแต่ละเรื่องเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจะต้องใช้ดุลยพินิจในเชิงวิชาชีพในการเลือกวิธีการตรวจ สอบที่จะใช้ให้เหมาะสมแก่กรณี เช่น
(1) การวิเคราะห์เปรียบเทียบ
(2) การตรวจนับ
(3) การขอยืนยันข้อมูลจากบุคคลภายนอก
(4) การสังเกตการณ์
(5) การตรวจสอบเอกสารหลักฐาน
(6) การตรวจสอบการคำนวณ
(7) การสอบถาม
ที่มาจาก: www.pangpond.com/p=37290