มีความสุขกับการออมเงิน

การออมเงินเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่ว่าคุณหรือครอบครัวก็ต้องมีการออมเงินอย่างแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วว่าจะมีการสอนลูกหลานของท่านให้รู้จักการออมเงินได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือคำสั่งสอนจากพ่อแม่ที่ทำให้ลูก ๆ เกิดความคิดและอยากจะออมเงินขึ้นมา

shutterstock_183684068

ซึ่งการออมเงินนั้นสามารถออมเงินได้ตามความต้องการจะออมตั้งแต่ หนึ่งบาทขึ้นไปก็ถือว่าเป็นการออมเงินแล้วล่ะค่ะ แต่ไม่ว่าอย่างไรการออมเงินนั้นถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรออมกับธนาคาร บางธนาคารจะสามารถให้ดอกเบี้ยและมีผลตอบแทนให้กับตัวคุณเองได้ ทางที่ดีคุณลองหาข้อมูลเกี่ยวกับการออมเงินจากธนาคารก็ได้ค่ะ เพียงแค่คุณใส่ใจในเรื่องการออมก็จะสามารถมีเงินออมได้อย่างแน่นอน สำหรับในเรื่องการฝากเงินแบบประจำกับธนาคารนั้นจะเป็นการฝากเงินแบบเป็นก้อน โดยที่จะมีระยะเวลาในการฝากจะสามารถเลือกระยะเวลาได้อยู่ที่ตัวเราเอง แต่ถ้ายิ่งเลือกระยะเวลาฝากนานแล้วล่ะก็จะทำให้ได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นได้ แต่คุณจะต้องแน่ใจแล้วว่าจะสามารถฝากเงินกับธนาคารได้ตามที่กำหนดไว้ได้

และนี่ก็เป็นการออมเงินกับธนาคารที่คุณเองก็สามารถมีเงินออมได้ เพียงคุณหันมามามองในเรื่องการออมเงินก็จะทำให้คุณเองมีความสุขในการออมได้เช่นกัน แต่ถึงอย่างไรการออมเงินก็เป็นส่วนสำคัญแต่ที่สำคัญรองลงมาก็คือ การสร้างวินัยในการออมเงินให้กับตัวคุณเองและคนในครอบครัวอีกด้วยค่ะ

ที่มาจาก: pangpond.com

ป้องกันข้อมูลภายใน iPhone ของเรา

ป้องกันข้อมูลภายใน iPhone ของเราโดยการยืนยันตัวตนแบบ Fingerprint

โดยเพื่อนๆ หลายๆ คนที่ใช้ iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus นั้นอาจจะทราบดีกว่าโทรศัพท์ iPhone ของเรานั้นมี Feature อย่าง Fingerprint หรือ การยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือให้เราเลือกใช้งานกันด้วยนั้นเอง โดยในบางท่านนั้นอาจจะสงสัยว่าแล้วการเพิ่ม Fingerprint ที่ต้องการเข้าไปยังเครื่อง iPhone 6 หรือ iPhone 6 Plus ของเรานั้นจะขั้นตอนอย่างไร และ จะมีประโยชน์อย่างไรนั้น ในวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปหาคำตอบกันครับ

73 ป้องกันข้อมูลภายใน iPhone ของเราโดยการยืนยันตัวตนแบบ Fingerprint 1ขอบคุณรุปจาก appleinsider

  • โดยเริ่มแรกเราจะไปดูขั้นตอนการเพิ่ม Fingerprint เข้าไปยังเครื่องของเรากันก่อนครับ โดยมีขั้นตอนดังนี้
  • ในขั้นตอนแรกให้เราเข้าไปที่เมนู Settings
  • ภายในหน้าเมนู Settings ให้คลิกเลือกที่ Tab Passcode

การได้รับสิทธิประโยชน์ประกันสังคม กรณีเสียชีวิต

shutterstock_164834465

การเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ส่งผลทำให้ผู้ประกันตนต้องเสียชีวิต ถือได้ว่ามีอยู่หลากหลายเหตุการณ์ด้วยกัน ซึ่งเราไม่สามารถที่จะคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ ทำให้ผู้ประกันตนหลากหลายคน หรือกลุ่มบุคคลทั่วไปอาจจะเกิดความสงสัยว่า หากผู้ประกันตนได้เสียชีวิต อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานแต่อย่างใด ผู้ประกันตนจะได้รับเงินจากประกันสังคมหรือไม่  ซึ่งในส่วนสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ จากกรณีเสียชีวิต มีดังนี้

  • สำหรับผู้ประกันตนที่เสียชีวิต อันเนื่องมาจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม ถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน แต่ถ้าหากผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วเป็นระยะเวลา 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาก่อนเดือนที่เสียชีวิต ผู้จัดการศพหรือญาติของผู้ประกันตน จะสามารถขอรับค่าทำศพหรือเงินสงเคราะห์ได้มากถึง 40000 บาท

ผู้ที่มีสิทธิ์จัดการศพ

1.บุคคลซึ่งผู้ประกันตน ได้ทำหนังสือระบุเอาไว้แล้วว่า ให้เป็นผู้จัดการศพและได้เป็นผู้จัดการศพของผู้ประกันตน

2.ผู้ที่เป็นสามี ภรรยา บิดามารดา หรือแม้กระทั่งบุตรของผู้ประกันตน ซึ่งมีหลักฐานระบุอย่างชัดเจน

3.บุคคลอื่นซึ่งมีหลักฐานชี้แจงชัดเจน ว่าเป็นผู้จัดการศพของผู้ประกันตน และได้รับสิทธิในการจัดการศพของผู้ประกันตนโดยตรง

  • โดยเฉพาะผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วเป็นระยะเวลา 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง โดยเฉลี่ยหนึ่งเดือนครึ่งด้วยกัน
  • หากทางด้านผู้ประกันตน ได้จ่ายเงินสมทบเป็นระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป ผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้าง โดยเฉลี่ยห้าเดือนด้วยกัน

ซึ่งในส่วนของเงินสงเคราะห์ กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ทางประกันสังคมจะทำการจ่ายเงินสงเคราะห์ ให้แก่บุคคลต่าง ๆ ซึ่งผู้ประกันตนได้ทำหนังสือระบุเอาไว้ ให้เป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินสงเคราะห์นี้ แต่ถ้าทางด้านผู้ประกันตน ไม่ได้มีหนังสือระบุเอาไว้ ก็ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่ สามี ภรรยา บิดามารดา หรือแม้กระทั่งบุตรของผู้ประกันตน ในจำนวนเงินที่เท่า ๆ กัน  ตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้

ที่มาจาก: pangpond.com

การดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนสามัญ ตอน 2

2. สิทธิหน้าที่ระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน

การเป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมใจกัน ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน โดยทุกคนจะต้องปฏิบัติต่อกัน ดังนี้

ห้ามผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด ที่มีสภาพเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับกิจการห้างหุ้นส่วน ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ของจนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่นๆ
ห้ามให้บุคคลอื่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน โดยไม่ได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกันทั้งหมดทุกคน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
ความเกี่ยวพันระหว่างหุ้นส่วนผู้จัดการกับผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายให้ใช้กฎหมายเรื่องตัวแทนมาบังคับ
การได้กำไรหรือขาดทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนย่อมเป็นไปตามส่วนที่ลงหุ้น
ผู้เป็นหุ้นส่วนใดได้ออกจากหุ้นส่วนไปแล้ว แต่ห้างยังใช้ชื่อของตนเป็นชื่อห้างหุ้นส่วนอยู่ ผู้เป็นหุ้นส่วนที่ออกไปนั้นจะขอให้งดใช้ชื่อของตนเสียก็ได้
ผู้เป็นหุ้นส่วนจะเรียกเอาส่วนของตนจากหุ้นส่วนอื่นๆ แม้ในกิจการค้าขายใดๆ ซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนก็ได้

shutterstock_151740959 (2)

3. ความเกี่ยวพันกับบุคคลภายนอก สามารถแบ่งออกได้ 5 ประการ ดังนี้

3.1 ผู้เป็นหุ้นส่วนสามัญจะถือเอกสิทธิใดๆ แก่บุคคลภายนอกในกิจการค้าขาย ซึ่งไม่ปรากฏชื่อของตนเป็นคู่สัญญา เพราะห้างหุ้นส่วนสามัญไม่ใช่นิติบุคคล การทำสัญญาในกิจการใดๆ แม้จะทำในนามห้างก็ผูกพันเฉพาะคู่สัญญาที่ลงนามเท่านั้น ไม่ผูกพันบุคคลอื่นแม้จะเป็นหุ้นส่วนด้วยก็ตาม แต่ในความรับผิดชอบระหว่างหุ้นส่วนด้วยกัน หุ้นส่วนทุกคนจะต้องผูกพันและรับผิดชอบร่วมกันโดยไม่จำกันจำนวน

3.2 ผู้เป็นหุ้นส่วนสามัญต้องรับผิดในหนี้ของห้างที่ก่อให้เกิดขึ้น ก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน และระหว่างที่ตนยังเป็นหุ้นส่วน หากมีหนี้สินหรือขาดทุน ก็ต้องรับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้น ก่อนที่ตนจะออกจากหุ้นส่วนไป

3.3 ข้อจำกัดภายในห้างไม่มีผลถึงบุคคลภายนอก สามารถใช้ได้เฉพาะหุ้นส่วนด้วยกันเองภายในเท่านั้น

3.4 ผู้ที่ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนแต่แสดงตนว่าเป็นหุ้นส่วน โดยการแสดงออกด้วยวาจาก็ดี ด้วยลายลักษณ์อักษรก็ดี ด้วยกิริยาก็ดี หรือยินยอมให้เข้าใช้ชื่อตนเป็นชื่อห้าง รู้แล้วไม่คัดค้านบุคคลนั้นย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในบรรดาหนี้ของห้างเสมือนเป็นหุ้นส่วนของห้างนั้น

3.5 หุ้นส่วนตายแล้ว แต่ยังมีชื่อผู้ตายเป็นหุ้นส่วนใหญ่อยู่ หรือมีชื่อผู้ตายควบอยู่ในห้างก็ดี ก็ไม่กระทบต่อกองมรดกของผู้ตาย หากหนี้สินนั้นก่อขึ้นภายหลังการตาย

พบกันได้ใหม่บทความหน้าค่ะ

ที่มาจาก: pangpond.com

เพียงแค่นำเงินนั้นไปใส่ในธนาคารแค่นี้ก็สามารถช่วยให้คุณออมเงิน

หลายคนคงรู้จักการออมเงินหรือการฝากเงินกับธนาคารกันอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีส่วนน้อยที่ยังไม่รู้จักการออมเงินในรูปแบบของธนาคาร เพราะอาจจะคิดว่าการออมนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญและอีกอย่างการออมเงินกับธนาคารนั้นจะสามารถทำได้ทุกเดือนหรือไม่

shutterstock_130943954

ในการออมเงินกับธนาคารจะเป็นการออมเหมือนกับการบังคับ เพราะถ้าถอนมาใช้ก่อน ธนาคารแต่ละธนาคารก็จะมีการให้ดอกเบี้ยที่เท่ากับเงินที่เราออม แต่บางธนาคารถือได้ว่าจะต้องปิดบัญชีเลยก็ว่าได้ ทางที่ดีคุณควรจะต้องทำความเข้าใจและรายละเอียดต่าง ๆ ให้เจาะลึกลงไปได้ คุณรู้บ้างหรือเปล่าว่าการฝากเงินประจำนั้นถ้าคุณผิดเงื่อนไขในการฝากเงินกับธนาคารทุก ๆ เดือนแต่ถ้าเปิดบัญชีฝากประจำครั้งแรกแล้วถ้าเดือนต่อไปก็ต้องฝากเงินเท่ากับวันแรกที่เปิด จะมีระยะเวลาที่คุณกำหนดขึ้นมา ส่วนมากธนาคารแต่ละธนาคารจะมีอันคราในการฝากเงินอย่างต่ำที่ 1,000 บาทแต่ไม่เกิน 25,000บาท และยังสามารถเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ที่คิดจะออมเงินอีกรูปแบบหนึ่ง คือ เปิดบัญชีออมทรัพย์ให้ผูกกับบัญชีเงินฝากประจำก็ได้เลย โดยในแต่ละเดือนธนาคารจะหักจากบัญชีออมทรัพย์ของคุณได้อัตโนมัติจะเข้ากับบัญชีเงินฝากประจำได้ทันทีและคุณสามารถรู้ได้ว่าในแต่ละเดือนโดนหักไปเท่าไหร่ โดยการไปปรับสมุดเงินฝากของตัวคุณเองค่ะ

และนี่ก็คือการออมเงิน โดยผ่านธนาคาร และยังเป็นจุดเริ่มต้นในการออมที่ง่ายที่สุด เพียงแค่นำเงินนั้นไปใส่ในธนาคารแค่นี้ก็สามารถช่วยให้คุณออมเงินให้กับเราได้ แต่การออมเงินนั้นเป็นการช่วยเหลือตัวเองไม่ใช่ช่วยเหลื่อใครค่ะ

ที่มาจาก: pangpond.com

ใช้งาน Safari ให้เร็วกว่าเดิม

ใช้งาน Safari ให้เร็วกว่าเดิมโดยการลบไฟล์ Cookies และ Cache เว็บที่เราต้องการลบบน iOS

จากที่เราได้เคบพูดถึงขั้นตอนการลบไฟล์ Cookies และ Cache บน Web Browser อย่าง Safari บน iPhone หรือ iPad ของเรากันไปแล้ว โดยในขั้นตอนนั้นจะเป็นการลบไฟล์ Cookies และ Cache บนเว็บไซต์ทั้งหมดที่เราได้เข้าใช้งานผ่านทาง Safari นั้นเอง ซึ่งในเพื่อนๆ บางคนอาจจะอยากจะเก็บการตั้งค่าบนเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งบ้าง โดยขั้นตอนนี้จะเหมาะสำหรับในบางคนที่เข้าใช้งานเว็บไซต์นั้นเป็นประจำบ่อยๆ และไม่ต้องการการที่จะต้องค่าบ่อยๆ นั้นเอง โดยขั้นตอนการลบไฟล์ Cookies และ Cache เฉพาะบางเว็บไซต์ที่เราต้องการลบออกไปนั้นมีขั้นตอนดังนี้

74 ใช้งาน Safari ให้เร็วกว่าเดิมโดยการลบไฟล์ Cookies และ Cache เว็บที่เราต้องการลบบน iOS 1ขอบคุณรูปจาก imore

  • โดยเริ่มแรกให้เราเข้าไปที่เมนู Settings
  • ในหน้าเมนู Settings ให้เราเลือกที่ Tab Safari
  • เราจะเข้ามายังหน้า Safari ให้เราเลื่อนลงไปกดที่ Tab เมนู Advanced
  • จากนั้นเราจะเข้ามายังหน้าเมนู Advanced โดยให้เรากดเข้าไปที่ Tab Website Data
  • ในหน้า Website Data โดยในบางท่านที่ไม่เคยลบไฟล์ Cookies และ Cache มาก่อนนั้นจะมี List รายชื่อของเว็บไซต์ต่างๆ แสดงขึ้นมาให้เราได้เลือกลบออกไป หรือ หาก List แสดงรายชื่อไม่มีชื่อเว็บที่เราต้องการลบออกไปนั้นเราสามารถกดกดที่ปุ่ม Show All ทางด้านล่าง เพื่อแสดงรายชื่อเว็บไซต์ทั้งหมดออกมาได้
  • โดยในการลบไฟล์ Cookies และ Cache ของเว็บไซต์ที่เราต้องการนั้น เพียงค่เรากดที่ปุ่ม Edit ทางด้านบนขวาหน้าจอ จากนั้นก็เลือกชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการลบไฟล์ Cookies และ Cache ออกไปได้นั้นเอง หรือ หากเราต้องการที่จะลบออกไปทั้งหมดเราสามารถกดที่คำว่า Remove All ทางด้านล่างได้อีกด้วย

ที่มาจาก: pangpond.com

เงื่อนไขหักลดหย่อนภาษีด้วยบิดา มารดา

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักบัญชี

การนำบิดา มารดา มาลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูและนำมายกเว้นภาษีค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้รวมทั้งบิดา มารดาของสามี หรือภรรยา ของผู้มีเงินได้ จะต้องมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

shutterstock_181460087

1. บิดา มารดาจะต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป

2. หักค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นค่าใช้จ่ายได้คนละ 30,000 บาท

3. อยู่ในการเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ แต่บิดามารดา จะต้องมีรายได้ในปีที่ใช้สิทธิไม่เกิน 30,000 บาท

4. ผู้มีเงินได้ที่จะขอใช้สิทธิการหักค่าลดหย่อน จะต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดา มารดา

5. ในกรณีที่บิดา มารดามีบุตรหลายคน ผู้มีเงินได้ที่จะขอใช้สิทธิหักค่าลดหย่อนจะต้องเป็นผู้ที่ เลี้ยงดูบิดา มารดาในปีภาษีเพียงคนเดียวเท่านั้น และต้องมีหลักฐานรับรองการอุปการะเลี้ยงดูจากบิดา มารดา ตามแบบ ล.ย. 03 ให้แก่บุตรเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐาน ดังนั้น บิดา มารดา จะต้องให้บุตรคนใดคนหนึ่งใช้หรือบิดาออกหนังสือให้คนหนึ่งและมารดาออกให้อีกคนหนึ่งก็ได้ แต่บิดา มารดา จะออกหนังสือรับรองการอุปการะเลี้ยงดูให้แก่บุตรซ้ำกันไม่ได้

6. การหักค่าลดหย่อน ให้สามารถหักลดหย่อนได้ทั้งจำนวน แม้ว่าจะมีการเลี้ยงดูไม่ตลอดปีภาษีที่ยื่นขอก็ตาม

7. กรณีสามีหรือภรรยาเป็นผู้มีเงินได้เพียงคนเดียว สามารถหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของสามีหรือภรรยาก็ได้คนละ 30,000 บาท

8.กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งเดิมใช้สิทธิหักลดหย่อนอยู่เดิมแล้ว ต่อมาแต่งงานกัน จะต้องใช้เกณฑ์การลดหย่อน ดังนี้

  • หากเป็นสามี ภรรยากันไม่ครบปีภาษีที่ขอใช้สิทธิ ก็ให้ต่างคนต่างลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดา มารดาของตนเองได้
  • หากเป็นสามีภรรยากันครบปีภาษีที่ขอใช้สิทธิ และภรรยาไม่ได้แยกยื่นแบบภาษีเงินได้ต่างหากจากสามีก็ให้สามารถหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ทั้งบิดา มารดา ของผู้มีเงินได้ และบิดา มารดา ของภรรยาของผู้มีเงินได้ คนละ 30,000 บาท

9. หากผู้มีเงินได้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย สามารถหักค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูได้เฉพาะบิดามารดาที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น

10. การหักค่าลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดู ต้องระบุเลขบัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดาที่ขอใช้สิทธิในแบบที่ยื่นภาษีเงินได้ด้วย

11. กรณีบิดามารดาถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี หรือก่อนการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 ให้บุตรที่เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนใดคนหนึ่งใช้สิทธิหักค่าลดหย่อนได้โดยแนบแบบ ล.ย. 30 และจะต้องสำเนาใบมรณะบัตรพร้อมกับการยื่นแบบเสียภาษี

พบกันได้ใหม่บทความหน้า

ที่มาจาก: pangpond.com